เรากลับมาแล้นนนนนนนนนนนนนน *3*/~

คิดถึงทุกคนนะจ๊ะ จุ๊บๆๆๆ=3= (กร๊าก อีนี่เริ่มบ้า)

เริ่มจากรีพอร์ทก่อนนะเคอะ..ที่จริงกลับมาตั้งแต่วันที่ 25 แล้วล่ะแต่นอนตาย=_='

ความจริงที่เราได้ไปแอฟริกาใต้ครั้งนี้ก็เป็นเพราะพ่อเราได้ไปประชุมมาตรฐานโลก
หรือIECนั่นเอง...ฟังดูยิ่งใหญ่ =[]=; ก็เออน่ะเสะ...ยิ่งหย่ายยยย นักวิชาการจากทั่วโลก
มาประชุมกันล่ะ...พ่อเราฉลาด แต่ทำไมลูกอย่างตูถึงได้โง่วะ T{}T'

ก็เป็นเพราะว่าพ่อเราไปทำงานนั่นเอง เราเลยได้ อานิสงส์ ฟรี ในหลายๆอย่าง

และก็เป็นเพราะพ่อเราไปทำงาน จึงทำให้เราได้เที่ยวแค่ช่วง 4วันสุดท้ายเท่านั้น

แหมๆ...ที่เราไปเที่ยวเองไม่ได้ก็เพราะว่า พ่อเรากลัวสาวน้อยบอบบางอย่างเรา
จะเกิดอันตรายอันไม่พึงประสงค์น่ะสิ ฮิฮิ >_<

ปั้ก! ตุ้บ! แอ้ก!!!! (โดนยำโดยคนตอบกระทู้)

เอ่อ...พูดความจริงก็ได้(โว้ย =O=*)ความจริงก็คือ พ่อเรากลัวความตรูดของเราแผลงฤทธิ์
ไปเดินหลงทางจนหาทางกลับไม่ได้จนต้องอยู่เป็นประชากรที่นี่เผยแพร่ความตรูด
และสร้างความเดือดร้อนให้ชาวแอฟริกาใต้ตลอดไปนั่นเอง

ไม่ใช่โว้ย

ที่จริงคือ...

ตรูไม่มีตัง =[]=;!!!!!

...เอวัง...

เออนั่นแหละ - -'''' เอาล่ะ มาเริ่มรีพอร์ทกันจริงๆดีกว่านะจ๊ะ :D
เราเดินทางทั้งหมด 18 ชั่วโมง โอ้วจอร์จ นั่งจนตูดบาน =[]=;
มาทริปแรกก็นั่งเครื่องบินอย่างยาวเลย เรานั่งสายการบิน มาเลเชีย แอร์ไลน์*O*
อาหารบนเครื่องอร่อยโคดดดดดดดดดด

ขาไปนั่งชั้น บิสสิเนสคลาส (กร๊าก แก้จากเฟิสคลาสเป็นบิวซี่คลาสแทน)
อ่ะให้ดูรูป ตอนแรกที่ไปนั่งอย่างไฮโซววว

แต่ขากลับ...กลับแบบจนๆชั้น อีโคโนมี่จ่ะ =__=; เพราะว่า ตังหมดมั้ง กร๊ากก

นี่แหละ...รูปถ่ายท้องฟ้าจากเครื่องบินชั้น บิวซี่คลาส กรั่กๆ

เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือผืนดินยังมียอดหญ้า...เหนือเจ้ายังมีข้าอยู่ร่ำไป
กร๊ากเล่นมุขอะไรเนี่ยตรู =[]=;(ลองเปลี่ยนเป็นบท Y ก็ใช้ได้นะเครอะ *-*v)
ที่แรกที่ลงคือ กัวลาลัมเปอร์ เพื่อต่อเครื่อง...สนามบินไฮโซวอย่างแรง *O*
หรูกว่าบ้านเราหลายเท่าตัวนัก แถมมีรถไฟฟ้ารับส่งในสนามบินด้วย =[]=

นั่งจากกรุงเทพ ไปลงที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วก็รอ4 ชั่วโมง =_= ถึงจะได้ขึ้นเครื่องต่อ
ไปลงที่ โจฮันเนสเบอร์ก แล้วก็รออีก ชั่วโมงกว่าๆ จึงได้นั่งต่อไปลง Cape Town
กร๊าซ ไปถึงปุ๊บก็นอนตายเลยจ่ะ...เราเมาเครื่องบิน T_T(ตอนนี้ยังมึนๆอยู่เลย)
อย่างว่านะ เราเป็นคนที่มีความรู้สึกอ่อนไหว (อ๊อก...อ้วก - -')

เวลาของที่ Cape Town นี่ จะช้ากว่าที่เมืองไทย 5 ชั่วโมง

โรงแรมที่เราอยู่ชื่อ Comodore แปลว่า ท่าเรือ *-*
ห้องที่เราอยู่เป็นแบบเตียงคู่...ถ้าจะตีราคาก็ คืนละ 8,000 บาทจ่ะ=[]=;
โชคดีที่ไม่ต้องจ่ายเองเพราะพ่อเรามีงบจากการประชุมเค่อะ

โรงแรม 5ดาว...ข้างในก็อย่างหรู =[]=; เราไม่ได้ถ่ายรูปห้องมานะ...เพราะพอไปถึงก็กองๆของไว้
มันรกมากกกกกกกก ฮ่าๆๆ =[]=;

แต่ถ้าห้องที่แพงที่สุดของที่นี่ก็.....
42,000 บาทต่อคืน บวก vat 7% ฮิฮิฮิฮิ....ไปคำนวนเอาเองแล้วกัน =[]=;

เมือง Cape Town ที่เราไปอยู่นี่เป็นเมืองท่าอ่ะ มีทั้งคนดำและคนขาวอาศัยรวมๆกัน
เมื่อก่อนที่นี่พื้นส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำอ่ะนะ...ดังนั้นเค้าจึงถมที่เพื่อสร้างเมือง...โคดลงทุน
โรงแรมเราก็อยู่ใกล้ๆท่าเรือด้วย ที่ท่าเรือก็มี ห้างสรรพสินค้าเค้าเรียกกันว่า
Water Front ตรงนี้ก็จะมีลานรวมเหมือนลานแสดง มีร้านค้ามากมาย เป็นแหล่งชุมชน

ท่าเรือ มีเรือมากมาย...


มีสะพานเปิดปิดให้เรือเข้าออกอ่ะ...แต่มีวันนึงสะพานมันเจ๊งเราต้องเดินไกลเลย
เหนื่อยโว้ยยยย =[]=*

ที่ท่าเรือมีแมวน้ำเดินไปเดินมาเพ่นพ่าน แต่ส่วนใหญ่จะนอนผึ่งแดด =w=
น่ารักดี แต่ อย่าเข้าไปใกล้ๆ มันเหม็นมาก =_='''

แมวน้ำนอนอืด =3=

ดังที่ได้กล่าวไว้ของที่นี่แพงมหาศาลล้านปฐพีมากๆ

1 rar(แรนส์) = 6.62 บาท นะเครอะ

แล้วก็ กาแฟกับ โค้กที่นี่ ถูกกว่าน้ำเปล่าแบบ หาร 2 เลยคร่ะ =_='
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมน้ำเปล่าแพง ทั้งๆที่น้ำก๊อกดื่มได้
น้ำเปล่าขวดละ 66.2 บาท ส่วนโค้กกับกาแฟก็กระป๋องละ 33.1 บาทเท่านั้นเอง

เท่านั้นเอ้งงงงงงงงงงงงงงงงง T_______T'''''

ถ้าสั่งน้ำเปล่าที่ร้านอาหาร...หรือที่ไหนก็ตามล่ะก็
เค้าจะใส่มะนาวมาให้ในแก้วทุกที่เลย หอมๆ ดี *-*

ขวดฟ้าๆที่เห็นนั่นแหละ...น้ำเปล่าขวดละ 66.2บาท...rare item เชียวนะ=_='

ค่ารถเมล์ที่นี่ก็เริ่มต้นที่ 5 rar หรือ 33 บาทอ่ะนะ =_='
ส่วนแท็กซี่ก็...11 rar หรือ 66 บาทต่อ 1 กิโลเมตร เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
มิเตอร์ที่นี่ เค้าคิดยังไงอ่ะนะ...แต่นั่งทีไรก็ ปาไป ครึ่งพันทุกที =__=''
ระยะทางก็ประมาณ ม.เกษตรไปเซ็นทรัลลาดพร้าว
ดังนั้นถ้ามันไม่ดึกมาก
เราก็จะเดิน.....เดิน และ เดิน เดินจนน่องปูดบูดบุ่ย =3=
แต่ถนนที่นี่ รถไม่ค่อยจะมีอ่ะ ดังนั้นรถก็เลยไม่ติด แต่ที่นี่มีเสาไฟจราจรเยอะมาก
แบบว่ามีทุกๆ 300 เมตรอ่ะ =_= ไม่เข้าใจว่าจะมีไปทำไมเยอะแยะ

มาดูมื้อแรกกันดีกว่า...เราไปกินอาหารทะเลที่ Water Front
ชื่อร้านอ่านยากๆ =-='' อาหารก็อร่อยดีแต่ราคา...ฮิฮิฮิ
มื้อแรกก็ปาไปเกือบ 3000 บาท T{}T; แถมต้องบวกค่าทิปอีก 10%
ถ้าจะกินอาหารตามร้านที่ไม่ใช่ Fast Food แล้วล่ะก็...
เตรียมค่าทิปอย่างโหดไว้เลย =_='...แพงโคด

กุ้งเผา...แค่จานนี้ก็แพงกว่าโออิชิบุฟเฟต์แล้ว =[]=;


สลัด...จานนี้ ถูกกว่า โออิชิบุฟเฟต์นิดนึง =_='

หลังจากมื้อนั้นเราก็กินอย่างจนๆ...

...ซะที่ไหนล่ะ...พันกว่าๆแทบทุกมื้อ
กลับบ้านไปกินแกลบดีกว่า =[]=*

อยากบอกว่าราคาของที่นี่กับอาหาร ค่อนข้างจะตายตัวอ่ะ
กินที่โรงแรม กินที่ห้าง หรือว่ากินข้างนอกที่ไหน ก็ราคาพอๆกันทั้งนั้น
ดังนั้น...กินที่โรงแรมดีกว่านะเครอะ เหอๆๆๆ

แล้วเราก็ไปแกร่วเล่นคอมที่ ตึก Centre นี่เกือบทุกวันเลย
ใครเห็นเราออนช่วงนั้นไม่ใช่ผีนะ =_='

ข้างนอกดูไฮโซว...ข้างในก็ยิ่งไฮโซว


รูปเรากับน้อง...เหมือนจะมาประชุม IEC แต่ความจริงคือ...ตูมาเนียนเล่นคอม ฮ่าๆ

ตอนวันแรกมื้อเย็น IEC มีงานเลี้ยงรับรองอ่ะ...อย่างหรู =[]=;
ตรูก็ สวาปามซะเต็มคราบ มีแซลม่อน เนื้อย่าง อาหารทะเลสารพัด
ของหวานก็ วาฟเฟิ่ล เชอร์รี่ชุบชอกโกแลตและอื่นๆอีกมากมายเป็นคอกเทล
หิวอ่ะดิ ห้า ห้า ห้า =[]=;แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมันมืด
ส่วนเครื่องดื่มก็ฟรี มีไวน์ขวดละ เฉียดหมื่นให้กินด้วย =[]='
ด้วยความที่เราเป็นเด็กดี :D ก็เลยดื่มไป แก้วนึง กร๊ากกก

ที่นี่ จะขึ้นชื่อเรื่อง ไวน์ กับ กาแฟ....กาแฟที่นี่อร่อยจริงๆนะ *-*

หลังจากที่นั่งแกร่วกับคอมอยู่หลายวันเราก็ได้ไปเที่ยวซะที โดยการ
จ้างทัวร์ของโรงแรม โดยเค้าคิดหัวละ 250 rar = 1655 บาท=[]=ต่อคน
ทัวร์รอบเมือง เค้าจะพาไปตามจุดสำคัญต่างๆแล้วก็มีการอธิบายนิดหน่อย

วิวทิวทัศน์ส่วนใหญ่จะเป็น ภูเขากับ ทะเล ลมแรงมากๆ
อากาศไม่หนาวเท่าไหร่ประมาณ 10 - 21 องศา แล้วแต่เวลา...
แต่ถ้าตรงที่ลมแรงมากๆมันก็หนาวเหมือนกัน =_='

จุดชมวิวจุดที่ 1ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย

จุดชมวิวจุดที่ 2ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

แล้วก็ได้ไปดูที่จุด Cape Point เป็นจุดที่เค้าใช้วัดเวลาที่โน่น
เหมือนแหลมพรมเทพของบ้านเรานั่นแหละ ขึ้นไปก็จะเป็นจุดให้ชมวิว
ถ่ายรูป ที่ตรงนี้ เป็นแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล...คาบเกี่ยวระหว่าง2มหาสมุทร
คือ มหาสมุทร อินเดีย กับ แปซิฟิก

ข้างบนมีประภาคาร ไว้ให้ชมวิว

มองจากข้างบนจะเห็นส่วนที่นูนขึ้นมา ตรงนั้นเรียกว่า Lion Head
เหมือนสิงโตเนอะ *w*

ตรงขาวๆนั่นคือจุดที่ 2 มหาสมุทรมาชนกันนะเครอะ *O* ตื่นเต้ล~
นี่เรายืนอยู่ระหว่าง 2 มหาสมุทร เชียวนะ กร๊ากกก =[]=;

แล้วก็ได้ไปดู เพนกวิน ที่ เพนกวินบีช >_____< วุ้ยได้เห็นเพนกวินตัวเป็นๆ~♥
น่ารักโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด *O*
เพนกวินทั้งหมดมี 4 พันธุ์ แต่ที่เห็นที่นี่มีพันธ์เดียวคือพันธุ์แอฟริกา
เค้าปล่อยให้มันอยู่อย่างอิสระนะ...แต่เค้าทำทางเดินให้คนเข้าไปดูได้...เก็บค่าเข้า
ผู้ใหญ่ 20 rar เด็ก 5 rar......อยากบอกว่าเค้าคิดราคาเราเป็นเด็กล่ะ *O*
กร๊ากกกกกกกกก เห็นมั้ยว่าเราหน้าเด็ก *w*

จะได้เห็นเพนกวินแล้ว >w<

ถึงแล้ววว *O* ชายหาดที่เต็มไปด้วยเพ็นกวิน >_<~♥ กรี๊ดกร๊าด


เพนกวินเป็นสัตว์ที่จะอยู่เป็นคู่ๆ แล้วก็มีคู่รักตัวเดียวตลอดชีวิต
ดูเซ่ หวานแหววกิ๊บกิ้ว

อยู่เป็นคู่อีกละ

พอดีได้เห็นลูกเพนกวินด้วย น่าร้ากกกก >_<♥

ความจริงเพนกวินเป็นนกดุร้ายย กร๊ากกก....คือว่ามันกัดได้ล่ะ แอบเจ็บT_T
ถือว่าเป็นบุญมั้ยเนี่ยโดนเพนกวินกัดอ่ะ... - -'''

นี่คือรูปโฉมผู้ต้องหา...มันกัดเรา =O=*
อย่ามาทำหน้าน่ารักใส่ช้านนนนนนนนนน >__<

อยากบอกว่าถ่ายรูปเพนกวินมาเยอะมากที่สุดเลย...ก็แหม มันน่ารักนี่เนอะ♥

เหอๆ - -ไว้ต่อบลอก 2 แล้วกัน เด๋วจะโหลดนรกเกินเด๋วอ่านกันไม่ไหว
(ที่จริงคือเหนื่อย=_=;)

เจอกันบลอกหน้านะเครอะ *O* /~

me/ ไปสูบรูปงานคอสตามบลอก...เราอดไป เสียใจอ้ะมนุษย์เจิดจ้ามากมายแต่ตรูพลาด T_______T

ปล. วันนี้ไปดูหนังกับโพรี่มาเรื่อง Fight Plan กับ Mask of Zoro
หนุกทั้ง 2เรื่องเลย >____< กรี๊ดกร๊าด กริ๊วกร๊าว...Mask of Zoro เด็กน่าร้ากกก

ปล.2 กำลังจะไปอยู่ลัทธิL แล้วฮ่าๆๆ... รักเด็ก....ผู้ชายน่ารักๆ กรั่กๆๆ

ปล.3 ใครมี BOOM ย้อนหลัง 2 อาทิตย์ม่าง มาให้เราสูบด่วน โฮกๆๆๆๆๆ *O*

ปล.4 อยากได้ดูหนังเรื่อง นานะ จัง >_______<

ปล.5 ใครเข้ามาเม้นโด้ยยย ไม่งั้นขอแช่งให้เจอแต่ความตรูดตลอดชีวิต -*-
พิมยาวๆเนี่ย เหนื่อยนะ หึหึ =_,=+

ปล.6 ไปจริงๆละ =_='''